Programmatic นั้นเติบโตได้เนื่องจากความสามารถ ตอนนี้ เราอยากให้คุณมอบความสนใจให้กับอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งมีความสามารถที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของแคมเปญดิจิทัลได้เป็นอย่างมาก สิ่งนั้นก็คือ creative อ้างอิงจาก Google Media Lab Research พบว่า 70% ของประสิทธิภาพในแคมเปญนั้น ขึ้นอยู่กับ creative ปัจจุบัน creative มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ในการตลาดดิจิทัล และจะเกิดอะไรขึ้น หากเราค้นพบความลงตัวระหว่าง creative และ programmatic หรือว่านั่นจะเป็นสูตรตายตัวที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ? อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีว่า programmatic มีผลกระทบที่มากกว่าแคมเปญดิจิทัลทั่วๆ ไป เมื่อแบรนด์มีตัวเลือกที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่เฉพาะตัว มีแนวโน้มสูงว่าผู้ชมเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น เราทำเช่นนั้นได้อย่างไร? ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถตั้งเป้าหมายกลุ่มผู้ชมที่เฉพาะ ซึ่งได้เข้าชมเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือผู้คนที่กำลังมองหาสินค้าที่ใกล้เคียงกัน และเรายังสามารถใช้สัญญาณข้อมูลที่มอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ชมให้กับเรา เพื่อทำการส่งข้อความที่ถูกต้องให้กับผู้คนเหล่านั้นในเวลาที่สมควร เมื่อเนื้อหาที่เหมาะสมนั้นมีอยู่ นี่ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่มีแนวโน้มจะเลือกใช้บริการมากที่สุด ในเวลาที่ถูกต้อง

ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความพยายามในด้านการตลาด ในการที่จะเปลี่ยนแปลงจากสื่อการซื้อแบบดั้งเดิมไปยังการซื้อแบบ Programmatic ด้วยการสร้างหุ้นส่วนทางเทคโนโลยี และพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนสื่อที่หลากหลาย นักการตลาดหลายคนมองเห็นความจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนวิธีที่เราเลือกซื้อสื่อนั้น เป็นเพียงแค่ครึ่งทางของชัยชนะ เรายังต้องสร้าง creative ที่ใช้งานได้ เพื่อใช้ประโยชน์จาก programmatic ได้อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับช่องทางการสื่อสารที่มีความเกี่ยวโยงกับลูกค้าของเรา

การตลาดแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง

ประโยชน์ข้อแรกของการตลาดดิจิทัล (และ Programmatic) ก็คือความสามารถในการทำการตลาดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เราสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะเจาะจง ผ่านทางการซื้อProgrammatic dynamic creative ทำให้เราสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มผู้ชมจากกำลังซื้อสื่อของเรา และเปลี่ยนสิ่งนั้นเป็นกลยุทธ์ ของเรา และจะไม่มีข้อจำกัดในส่วนของความเฉพาะตัวสำหรับการส่งข้อความให้กลุ่มเป้าหมายของเรา นั่นจึงกลายเป็นการตลาดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ผู้ชมทุกคนรับชมคอนเทนต์ที่แตกต่างกัน – ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมออนไลน์ของพวกเขา คอนเทนต์แบนเนอร์จะเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติ

ความสะดวกสบายในการอัพเดตธีมโปรโมชั่น

ประโยชน์ข้อที่สองก็คือความมีประสิทธิผล นักการตลาดหรือองค์กร creative ที่ใช้งาน data-driven creative ในการสร้างโฆษณาของพวกเขานั้น สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความ รูปภาพ หรือ asset ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่จำเป็นต้อง re-traffic แคมเปญใหม่ทั้งหมด ไม่เพียงแต่งานในส่วนของ creative ที่ต้องทำจะลดลง แต่งานหนักในส่วนของการ trafficking ก็จะถูกแบ่งเบาด้วย เราคาดหวังที่จะได้เห็นการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในส่วนของประสิทธิผลสำหรับกระบวนการจัดตั้งแคมเปญที่จะมีในอนาคต เท็มเพลตแบนเนอร์เดียวกันจะสามารถหมุนเวียนใช้ได้ตลอดทั้งปี แม้แต่กับคนละธีมก็ตาม การออกแบบและข้อความจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อให้ลงตัวกับปฏิทินการตลาด ตัวอย่างเช่น โปรโมชั่นส่งฟรีนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นโปรโมชั่นตรุษจีนได้ เพียงแค่อัพเดตรูปภาพพื้นหลัง ข้อความ และสิ่งที่เกิดขึ้น